หน้าแรก ร้านค้า ความรู้คุณแม่ ภาพลูกน้อย เกมส์ สนทนา วิธีการสั่งซื้อ&การแจ้งชำระเงิน เกี่ยวกับเรา
ค้นหา
หมวดของบทความ
+ พัฒนาการของเด็ก
+ คุณแม่กับการตั้งครรภ์
+ คุณแม่มือใหม่
+ ของใช้แม่และเด็ก
+ การดูแลลูกน้อย
 
  อาหารจานเด็ดแยกตามอายุ
  + วัย 4 - 6 เดือน
  + วัย 6 - 9 เดือน
  + วัย 9 - 12 เดือน
  + วัย 1 ขวบ +
  + วัย 1 ขวบครึ่ง +
  + วัย 2 ขวบ +
  + วัย 3 ขวบ +

บทความจากคุณแม่

คุณแม่มือใหม่ กับ พัฒนาการ ลูกน้อยท้องแรก

<<กลับ

          หลังจากตรวจสอบจากแพทย์อย่างชัดเจนแล้วว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ แน่นอนว่าหากเป็นคุณแม่มือเก๋าที่เคยผ่านการตั้งท้องมาแล้วย่อมมีประสบการณ์ในการดูแลสุขภาพของตัวเองและลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์ให้มี พัฒนาการ สมบูรณ์ไปตลอดระยะเวลา 9 เดือนที่อุ้มท้อง รวมถึงยังสามารถเตรียมจัดการเตรียมข้าวของเครื่องใช้เด็กอ่อนและ ตั้งชื่อจริงลูกสาว ลูกชายไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ยังทราบเพศของลูกอีกด้วย

คุณแม่มือใหม่ กับ พัฒนาการ ลูกน้อยท้องแรก

          แต่สำหรับ คุณแม่มือใหม่ ที่ตั้งครรภ์ครั้งแรกที่ขาดประสบการณ์อาจทำให้มีเรื่องที่ต้องกังวลมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การรับประทานอาหารที่เหมาะสม การนับอายุครรภ์ อาการแพ้ท้อง การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย การเข้าพบแพทย์ตามนัดในแต่ละครั้ง ภาวะแทรกซ้อน การ ตั้งชื่อจริงลูกสาว ลูกชาย และอีกหลาย ๆ เรื่องที่ต้องศึกษาหาความรู้เพื่อเตรียมความพร้อมในการดูแลตัวเองและลูกน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นคือ พัฒนาการ ของลูกที่จะมีการเปลี่ยนไปตามอายุครรภ์ที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นวันนี้เราจึงมี พัฒนาการ ของลูกน้อยในแต่ละเดือนมาฝาก เพื่อช่วยให้ คุณแม่มือใหม่ ตรวจสอบการเจริญเติบโตของลูกรักได้ง่ายขึ้น

  • สำหรับในเดือนแรกของการตั้งครรภ์ คุณแม่มือใหม่ อาจยังไม่รู้ตัวว่ากำลังท้องอยู่ แต่ในทางการแพทย์จะเริ่มต้น การนับอายุครรภ์ ตั้งแต่วันแรกในการมีประจำเดือนครั้งสุดท้ายเป็นวันแรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งเดือนแรกตัวอ่อนที่ผ่านการปฏิสนธิและฝังตัวในผนังมดลูกจะมีลักษณะเป็นตุ่มภายในเยื่อบุโพรงมดลูก แต่เมื่อเข้าสู่อาทิตย์ที่ 4 ลูกน้อยจะมีการเจริญเติบโตมากขึ้น โดยจะมีลักษณะคล้ายกุ้ง เริ่มแสดงส่วนของไขสันหลัง ส่วนหลัง และหัวใจเริ่มเต้น ดังนั้นหากมีอาการคล้ายกับกำลังตั้งครรภ์ คุณแม่ต้องเริ่มดูแลตัวเองให้มากขึ้น ลดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงที่เป็นอันตรายต่อลูกที่อยู่ในท้อง และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • เดือนที่ 2 ทารกในครรภ์จะเริ่มมีขนาดลำตัวยาวมากขึ้นและเริ่มมีการพัฒนาของอวัยวะสำคัญหลายส่วน ทั้งหัวใจ แขน ขา เท้า ระบบประสาท และจอประสาทตา โดยในสัปดาห์ที่ 9 ลูกจะเริ่มขยับตัวได้ ช่วงเดือนนี้คุณแม่ควรรับประทานผักผลไม้ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และโปรตีนในปริมาณที่สมดุล เพื่อช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ให้แข็งแรงขึ้น
  • เดือนที่ 3 จะเริ่มสังเกตเห็นตา หู จมูก ปาก ฟัน ผม คิ้ว อวัยวะเพศได้ชัดเจน แขน ขาเริ่มขยับได้อย่างเห็นได้ชัด มีการเจริญเติบโตของสมอง และอวัยวะทุกส่วนจะมีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากรู้เพศของลูกสามารถขอให้คุณหมอทำอัลตราซาวด์ เพื่อเตรียมเครื่องใช้เด็กอ่อนและ ตั้งชื่อจริงลูกสาว หรือลูกชายไว้รอลูกน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าได้เลย สำหรับเดือนนี้คุณแม่ควรรับประทานโปรตีนและแคลเซียม ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันของลูก

คุณแม่มือใหม่ กับ พัฒนาการ ลูกน้อยท้องแรก

  • เดือนที่ 4 ซึ่งเป็นการเริ่มช่วงไตรมาสที่ 2 ของตั้งท้อง เดือนนี้คุณแม่จะได้เห็นใบหน้า นิ้วมือ นิ้วเท้า มีการขยายของร่างกาย และจะได้ยินเสียงเต้นของหัวใจทารกได้ชัดเจนด้วยเครื่องฟังเสียงหัวใจ นอกจากนั้นทารกจะเริ่มมีการพัฒนาด้านสมองสายตา และประสาทสัมผัส โดยคุณแม่จะเริ่มรู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวของลูกในท้อง จึงแนะนำว่าให้คุณแม่รับประทานอาหารที่มี DHA อย่างน้อยวันละ 200 มิลลิกรัม ตั้งแต่เดือนนี้ไปจนถึงหลังคลอดเพื่อช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางด้านสมองและสายตาของลูกรัก
  • เดือนที่ 5 ทารกจะเริ่มมีขนตา ขนคิ้ว และขนอ่อนขึ้นที่ลำตัวและใบหน้า รวมทั้งจะเริ่มได้ยินเสียง มีการฝึกการหายใจ ซึ่งในบางครั้งคุณแม่อาจรู้สึกว่าลูกมีการเริ่มดิ้น เตะหน้าท้อง และสะอึกด้วย โดยในช่วงนี้นอกจากอาหารที่เป็นประโยชน์แล้ว คุณแม่ควรทานวิตามินรวมเพื่อเสริมสารอาหารที่จำเป็น
  • เดือนที่ 6 ช่วงเดือนสุดท้ายของไตรมาสที่ 2 ทารกขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้น คุณแม่จะเห็นผม คิ้วชัดเจน มีการเคลื่อนไหวอย่างชัดเจน และเนื้อเยื่อปอดจะมีการพัฒนามากขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการหายใจเองหลังคลอด ช่วงเดือนนี้คุณแม่จำเป็นต้องดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 10 แก้ว ป้องกันร่างกายขาดน้ำและภาวะอ่อนเพลีย

คุณแม่มือใหม่ กับ พัฒนาการ ลูกน้อยท้องแรก

  • เดือนที่ 7 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มไตรมาสที่ 3 ของการตั้งท้อง โดยในเดือนนี้ลูกน้อยในท้องจะเริ่มมีชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ปรากฏรอยย่นที่ผิวหนัง สามารถลืมตา หลับตาได้ หูได้ยินเสียง รับรู้กลิ่น ตอบสนองต่อแสง และประสาทสัมผัสด้านต่าง ๆ มีการพัฒนาไปจนเกือบสมบูรณ์ ในช่วงเดือนนี้คุณแม่ควรรับประทานอาหารประมาณ 5-6 มื้อต่อวัน เพื่อให้ได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่และครบถ้วนมากขึ้น
  • เดือนที่ 8 ทารกในครรภ์จะมีการสะสมไขมันที่ไต้ผิวหนังมากขึ้น ผิวหนังมีสีแดงแต่เนื้อเหี่ยวย่น ซึ่งในเดือนนี้คุณแม่จะเริ่มรู้สึกถึงแรงบีบเล็กน้อยเพราะเข้าสู่ช่วงใกล้คลอด ในขณะที่ทารกจะมีการเคลื่อนไหวลดลงเนื่องจากมีขนาดตัวใหญ่ขึ้น สำหรับเดือนนี้เป็นช่วงที่คุณแม่จะเริ่มส่งต่อภูมิคุ้มกันไปให้ลูกน้อย ดังนั้นคุณแม่ควรเริ่มรับประทานอาหารที่มีกรดโฟลิก อย่างถั่วและผักใบเขียวเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ทั้งตัวคุณแม่และคุณลูก

คุณแม่มือใหม่ กับ พัฒนาการ ลูกน้อยท้องแรก

  • เดือนที่ 9 ช่วงสุดท้ายของการตั้งครรภ์ ซึ่งลูกน้อยจะมีการพัฒนาอย่างสมบูรณ์ในทุกด้านและพร้อมสำหรับการลืมตาดูโลก โดยทารกจะเริ่มเคลื่อนที่ลงไปยังเชิงกราน มีการกลับหัว แขน ขาพับเข้าหาหน้าอก กระดูกศีรษะนิ่ม และยืดหยุ่นเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการคลอด อย่างไรก็ตามการคลอดอาจไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงเดือนที่ 9 เสมอไป เพราะ การนับอายุครรภ์ จะอยู่ในช่วง 37-40 สัปดาห์ ทำให้การคลอดอาจเกิดขึ้นในช่วงเดือนที่ 10 ได้ ดังนั้นคุณแม่ควรเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการคลอดอยู่เสมอ

เป็นอย่างไรบ้างสำหรับ พัฒนาการ ของลูกน้อยในครรภ์และการดูแลตัวเองในระหว่างตั้งครรภ์ที่เรานำมาฝาก รับรองว่าจะช่วยให้ คุณแม่มือใหม่ ทุกคนเข้าใจและรับมือกับท้องแรกได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน




mom2kids.com : ร้านค้าออนไลน์ แม่และเด็ก จำหน่ายของใช้คุณ แม่ ของใช้เด็ก ของเล่นเด็ก ของเล่นเสริมพัฒนาการ ฯลฯ
bookshop.in.th : ร้านค้าหนังสือออนไลน์ มีหนั้งสือให้คุณเลือกหาหลากหลายหมวดหมู่ หลายสำนักพิมพ์
family.in.th : ฟรี! อัลบั๊มออนไลน์ Blog ส่วนตัว
7trip.com : จองโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน แพ็คเก็จทัวร์
Affiliate Program : ร่วมเป็นหุ้นส่วนการค้ากับเรา รับค่าคอมมิชชั่น 4%-9%
สงวนสิขสิทธิ์ © 2550-2552 บริษัท สบาย ออนไลน์ จำกัด นโยบายความเป็นส่วนตัว